ทำไมลูกถึงเริ่มมีนิสัยการใช้เงิน
หรือวิธีการตัดสินใจซื้อของคล้ายเราจัง
ทั้งที่บางเรื่องเราก็ไม่เคยสอนตรง ๆ
หรือแม้แต่สอนอีกแบบ (ที่เราคิดว่าดีกว่า) ด้วยซ้ำ ...
เป็นสิ่งที่คุณพ่อคุณแม่บางท่านอาจแปลกใจ
งานวิจัยเรื่อง 'Family Financial Socialization'
ของ Gudmunson & Danes (2011) ที่ศึกษาเรื่องการขัดเกลาทางการเงินในครอบครัวมาตลอด 40 ปี
กำลังบอกความจริงกับพ่อแม่ที่อยากให้ลูกฉลาดทางการเงิน ต้องเข้าใจและฝึกฝนจนเป็นนิสัยในครอบครัว
เขาค้นพบว่าเด็กไม่ได้เรียนรู้เรื่องเงินจาก "คำสอน" เพียงอย่างเดียว
แต่หัวใจสำคัญคือสิ่งที่เรียกว่า "Implicit Socialization" หรือการเรียนรู้ผ่านการสังเกตพฤติกรรมของพ่อแม่นั่นเองครับ
หมายความว่า ต่อให้เราจะพร่ำบอกให้ลูกประหยัดแค่ไหน แต่ถ้าลูกเห็นเรา
- กด CF ของรัว ๆ ผ่านแอปช้อปปิ้งต่าง ๆ
- บ่นเครียดเรื่องเงินทุกครั้งที่เห็นใบแจ้งหนี้บัตรเครดิต
- หรือทะเลาะกันว่าทำไมใครอีกคนใช้เงินสุรุ่ยสุร่าย
ลูกจะ "สแกน" และซึมซับอารมณ์เหล่านั้นไปโดยไม่รู้ตัวเลยครับ
งานวิจัยชี้ชัดว่าเด็กเปรียบเหมือนฟองน้ำ
ที่คอยดูดซับสภาพแวดล้อม อารมณ์ พฤติกรรม
"เงิน" สำหรับพ่อแม่ของเราคืออะไร
- เรื่องสนุกที่จะใช้จ่าย
- เรื่องน่ากังวลทุกสิ้นเดือน
- หรือเรื่องที่วางแผนและจัดการได้ด้วยเหตุผล
ทัศนคติเหล่านี้แหละครับที่จะกลายเป็นรากฐานวิธีคิดทางการเงินของเขาไปจนโต
ลองนึกภาพตอนเราพาลูกไปซูเปอร์มาร์เก็ตสิครับ
ทุกครั้งที่เราหยิบของมาชิ้นหนึ่ง
- เราเปรียบเทียบราคา ว่าแบบไหนถูกสุด
- เลือกวางของบางอย่างลงเพราะประเมินแล้วว่า "ไม่คุ้ม"
- หยิบที่อยากได้มา โดยไม่ได้คิดว่าที่บ้านจะใช้หรือกินทันมั้ย
- ไม่เคยพิจารณาว่ามีสินค้าอื่น หรือ การซื้อผ่านช่องทางอื่น ที่ ‘คุ้มกว่า’
ลูกไม่ได้แค่เห็นเราซื้อของนะครับ
แต่เขากำลังเห็น "กระบวนการตัดสินใจ" ของเราอยู่
เขาจะเริ่มเข้าใจว่าเงินแต่ละบาทมีที่มาที่ไป
การซื้อของแต่ละชิ้น มี ‘ภาระ’ ที่ตามมา
และการใช้จ่ายต้องมี "ตรรกะ" รองรับ
พฤติกรรมเล็ก ๆ น้อย ๆ ในชีวิตประจำวันนี่แหละ ที่เป็นบทเรียนการเงินที่ทรงพลังที่สุดของลูกคุณ ยิ่งกว่าวิชาเศรษฐศาสตร์ หรือตำราเล่มไหน ๆ
อยากให้ลูกมีทักษะด้านการเงินที่ดี
เราไม่จำเป็นต้องเป็น "พ่อแม่ที่เพอร์เฟกต์"
หรือ ‘พ่อแม่ที่ไม่เคยมีหนี้’ หรอกครับ
แค่ลองเปลี่ยนจากความวุ่นวายทางการเงิน
เป็นการแสดงให้ลูกเห็น
ว่าเงินเป็นเรื่องที่ ‘จัดการได้อย่างมีหลักการ’
และลูกจะเข้าใจว่า 'เราจะต้องจัดการและวางแผนเรื่องเงิน'
แสดงให้เห็นว่า ‘พ่อแม่ฉันเป็นคนจัดการเงินได้’
ไม่ใช่ ‘เงินเป็นคนจัดการพ่อแม่ฉัน’


